dd

29 03 2007





คนดีชอบแก้ไข

25 03 2007

00028614.gif

|:>*!~` ข้าพเจ้าจึงขอแจ้ง แถลงการ `~!*<:|

 

……เมื่อวานพี่เกดบอกว่า

 

คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย
คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ คนตำหนิรีบแก

 

จริงป้ะ 555+

 

เอ้อ มีแถมนิดหน่อยด้วยครับ
นักปราชญ์นอน ๔ เศรษฐีนอน ๖ ยาจกนอน ๘ (ชม.)

 

- นักปราชญ์นอน ๔
คือคนที่เอาเวลาไปใช้ในการคิด
และทำประโยชน์เพื่อคนส่วนรวมเสียสละโดยไม่ห่วงความสุขสบายตนเอง

 

- เศรษฐีนอน ๖
คือคนที่ทำเพื่ออนาคต
ทำพื่อความสบายในภายภาคหน้ามองการไกล
เค้าเอาเวลาไปคิดเรื่องกำไรเรื่องธุรกิจ ถึงจะลำบากไม่มากแต่ก็ไม่ขี้เกียจ

 

- ยาจกนอน ๘
คือคนที่เอาแต่ความสุขตัวเอง
แต่เป็นความสุขความสบายจอมปลอม
ไม่ทำเพื่อส่วนรวม คนพวกนี้อนาคตไม่มี
คือคนไม่รู้จักอดเปรี้ยวกันหวานไม่คิดถึงอนาคต

 

อันข้างบนนี่เหมาะกับนักเรียนดีนะครับ ทนลำบากวันนี้ อนาคตจะรุ่งเรื่อง เฮ

 

Plz.คิดถึงเพื่อนๆ

 

เพื่�นๆ

 




___…+*+*+*+*+*+-*~!!…..โย่วโยวเยส…..!!~*-+*+*+*+*+*+…___

 

line12.gif





“วิจารณญาณ” แปลว่า ?

25 03 2007

Credit ผู้เขียนคือคุณแมว แทนตัวเองว่าแมวนะครับ ผมไม่ได้เป็นคนเขียนแต่ว่าเขาเขียนได้สุดยอดเลยครับ นับถือๆ

“วิจารณญาณ”
แปลว่า ปัญญาที่สามารถรู้หรือให้เหตุผลที่ถูกต้อง

พูดตรงๆเลยนะฮะ เดี๊ยนเป็นคนขี้รำคาญเวลาเห็นคนโง่ค่ะ

(กรูพูดตรงไปไหมเคอะ)

ปัจจุบัน อี Forward Mail เนี่ย มันมีเยอะมากมายในชีวิตคนเรา

แล้วกูจะรำค๊าญ รำคาญ อีพวกส่งแม่งทั้งวัน

ประหนึ่งว่าออฟฟิศมึง จ้างมึงมาเล่นเน็ต

แถมอีกอย่างคือ เว็บบอร์ด ที่ชอบเอารูป

หรือเรื่องจากฟอร์เวิร์ดเมลไร้สาระ มาโพสท์

ที่กูอ่านจากเมลเพื่อนไร้สติส่งมาซ้ำๆกัน กูก็จะกรี๊ดอยู่แล้ว

อ่านเว็บบอร์ด เสือกมีมาอีกสิ!!!

แล้วถ้ามันเป็นเรื่องดีๆ ให้คติกับชีวิต มีสาระประโยชน์

“ที่ได้รับการกลั่นกรอง” แล้วนั้น

แมวหลอนชื่นชมที่เอามาฝากคนอื่นเป็นวิทยาทานค่ะ

แต่อีเมลที่แม่งแต่ง photoshop เมลทำลายคู่แข่งทางการค้า

เมลด่ารัฐบาล เมลลูกโซ่ประเภทส่งต่อให้ครบ10คน

แล้วโคตรพ่อโคตรแม่ของท่านจะโชคดี ผัวรักผัวหลงเนี่ย….

กูรำคาญญญญญญญญญ

ชีวิตมีอะไรให้เลือกเชื่อ เลือกใช้วิจารณญาณ เลือกคบคน มากพอแล้ว

โตขนาดมึงใช้เน็ตเป็น พิมพ์ภาษาอังกฤษเข้า URL ได้

..ทำไมไม่มี “วิจารณญาณ” เลยวะ?

อาทิ เดี๊ยนได้รับอีเมลรูป

“คนญี่ปุ่นกินปลาดิบแล้วมีหนอนยั้วเยี้ยในสมอง” มากกว่า 20 ครั้ง

มิใยที่คนจะมาชี้แจงว่า รูปนั้นใช้โฟโต้ชอปทำเอา

..แม่งก็ยังมีคนเชื่ออยู่ดี

ไปอ่านเว็บบอร์ด

คุณจะได้เห็นหัวข้อกระทู้เรื่องนี้มาโพสท์ซ้ำๆทุกอาทิตย์…..เฮ้อ

หรือ เรื่อง “คนใจร้ายเอาแมวมาทำบอนไซแมว

กูเนี่ยเลี้ยงแมว ได้รับ 30-40ครั้ง………คุณว่ามันน่ากรี๊ดมะ?

นานแล้วที่อีคนญี่ปุ่นมันออกมาแจ้งว่า

ไม่ใช่เรื่องจริง มันทำเอาขำ เอาสะใจในโฟโต้ชอป (อีกนั่นแหละ)

แม่งงงงงงงง ก็ยังมีคนเอามาโพสท์ทู๊กวัน ..แล้วจะมีอีไร้วิจารณญาณ

ไร้ซึ่งสมองรับข่าวสาร ไร้สติ มารุมใส่อารมณ์

“คนใจร้าย ทำกับแมวได้ยังไง”

“ขอสาปแช่งคนที่ทรมานสัตว์แบบนี้” ฯลฯ

โอ๊ย มึงอ่านข่าว ฟังข่าว

หาความรู้ใส่สมองกันมั่งไหมเนี่ยวันๆ

รึใครบอกอะไรมากูเชื่อหมด ตามเค้าไปหมด เฮไปหมด?

ไม่รวมอีเรื่องที่แบบว่า ราชบัณฑิตตั้งชื่อ software ว่า ละมุนภัณฑ์

joystick ว่า แท่งหรรษา อะไรนี่มั่งมะ?

แล้วมันก็มีคนเชื่อเป็นตุเป็นตะ

บ้างก็ด่าราชบัณฑิตฯ ว่าไม่มีสมอง คิดได้ไง ฯลฯ มากมายในเว็บบอร์ด

….กูว่าที่สมองกลวงน่ะ …พวกมึงค่ะ

ราชบัณฑิต ใช้คำว่า ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ทับศัพท์มาตลอด

และไม่เคยบัญญัติศัพท์เหล่านั้นเลย

นอกจากนั้นยังออกแถลงข่าว บ่อยครั้ง

จนกูว่า ราชบัณฑิตเอง คงเบื่อแล้ว คงคิดว่า ช่างพวกแม่งเหอะวะ….

………………………………………….

นี่ยังไม่รวมอีเมลลูกโซ่ อีเมลให้ช่วยส่งด่านักการเมือง นายก รัฐบาล

กูเบื่อมากนะคะ มึงจะชอบใครไม่ชอบใคร อยากใส่ร้ายป้ายสีใคร

อยากให้ใครเห็นด้วยว่าใครดีไม่ดี ก็จงทำในที่แจ้ง..อย่าแอบทำในที่ลับ

…แม่งไม่แมนว่ะค่ะ …..

อย่าเอาโอกาสที่คนโง่มีเยอะ มาหลอกใช้คน

แล้วคุณเองก็อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เห็นแค่สนุก เห็นแค่สะใจ

เห็นแค่นิดเดียวแล้วเชื่อด้วยความเขลา

อยากถามพวกมันว่า “กาลามสูตร” เคยเรียนไหมคะ?

รึรู้จักกันแต่ “กามสูตร” ?

ไปทำลายคนอื่นๆ หรือเป็นเครื่องมือช่วยคนไม่แน่จริง ทำลายคนอื่น

วิจารณญาณน่ะ มีกันไหมวะคะ?

ใครอ่านแล้วจะเกลียดเดี๊ยนเข้าไส้..ก็มิเป็นไรค่ะ

…………………..

…..เพราะคนโง่มักจะเกลียดกรูค่ะ……….

………(อ่ะ)…………


ป.ล. ใครกล้าส่งฟอร์เวิร์ดเมลมาให้แมวหลอนนั้น มิต้องกลัวกันนะคะ รูปโป๊ ..โอเคค่ะ เดี๊ยนว่า มันยังโอเคกว่าซะอีก ยินดีค่ะ …มีประโยชน์ในการปลงสังขาร อะฮุๆ….เหอๆช่วงสาระ (ไม่ขำ)

กาลามสูตร

มีหลายสิ่งหลายอย่างหรือหลายเหตุการณ์ ทำให้เราสงสัยว่า
จริง ไม่จริง
ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง มีโทษ ไม่มีโทษ
ควรที่เราจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
แต่ในส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยจะได้คิดกัน หรือสงสัยกัน
ะเชื่อถือหรือรับเอามาปฏิบัติโดยทันทีที่เขาบอกว่าดี
ถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็บอกได้เลยว่าสังคมเรา
กำลังอ่อนแออย่างมาก
ถูกปั่นหัวได้โดยง่าย
เพราะฉะนั้นการรับเอาข่าวสารควรมีการพิจารณาเสียก่อน
เพื่อไม่ให้ผิดพลาดหรืองมงายไป
ฉะนั้นจึงควรอาศัยหลักการแก้ไขปัญหาอย่างนี้
ของพระพุทธเจ้าพิจารณาดู
คือ พระองค์ทรงตรัสสอนคนเหล่านั้นว่า

๑. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บอกต่อๆกันมา
๒. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามๆกันมา(ประเพณี)
๓. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันเล่าลือกันกระฉ่อนไปหมดแล้วว่าเป็นความจริง
๔. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันมีอ้างอยู่ในปิฎก(คัมภีร์,ตำรา)
๕. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า เป็นตรรก หรือการคำนวณ
๖. อย่าได้เชื่อโดยการอนุมานเทียบเคียง หรือคาดคะเนเอาเอง
๗. อย่าได้เชื่อโดยการตรึกตรองเอาตามอาการ
๘. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันเข้ากันได้กับลัทธิความเชื่อ และทฤษฎีของตน
๙. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า รูปร่างลักษณะน่าเชื่อถือ
๑๐. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า ผู้สอนเป็นครูเป็นอาจารย์ของเรา

ต่อเมื่อใดพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า
ธรรมเหล่านั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้น
แล้วจึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้นรียกว่า
กาลามสูตร หรือ เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร
แม้จะอ้างว่าบอกต่อๆกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว
มันก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะถูกต้องดี มีโทษ ไม่มีโทษฯลฯ เสมอไป
หรือบอกว่าฉันเห็นมากับตาตัวเองเลยว่าเป็นจริง
แม้ยืนยันอย่างนี้ก็ยังเชื่อโดยทันทีไม่ได้
ไม่มีศาสนาใดอีกแล้วที่ให้ความอิสระทางความคิดความเชื่อ
ได้เท่าพุทธศาสนา
ยืนยันได้จากข้อสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

“มา สมโณ โน ครูติ” อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า สมณะนี้เป็นครูเป็นอาจารย์ของเรา”

หมายถึงพระองค์เองโดยเฉพาะเลย
แม้พระองค์ตรัสเองก็อย่าเพิ่งเชื่อโดยทันที
ลองใช้ปัญญาพิจารณาดูก่อนแล้วจึงตัดสินใจเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ

 

ขอขอบคุณ
http://www.geocities.com/Heartland/Fields/9416/article/article6.html

 

 


 

ข้อความเอามาจาก

http://www.drkanchit.com/duties.html#1

ของ ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์

มีคนพูดอย่างสนุกสนานอยู่เสมอว่า
คณะกรรมการบัญญัติศัพท์ที่ไม่ได้เรื่องออกมาให้ใช้
ช่นคำ software ก็บัญญัติว่า ละมุนภัณฑ์ แล้วก็ขยายต่อไปว่า
hardware ก็บัญญัติว่า กระด้างภัณฑ์ ผมได้ฟังแล้วก็ได้แต่ปลง
เพราะคนพูดบางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์
แต่ไม่ได้มีความคิดแบบวิทยาศาสตร์
นั่นก็คือไม่ได้สอบสวนศึกษาเรื่องแท้จริงก่อนว่า
คำศัพท์ที่บัญญัติจริง ๆ คืออะไร
แม้แต่หนังสือศัพท์บัญญัติที่ทางราชบัณฑิตยสถานพิมพ์ก็ยังไม่มี
เมื่อยังไม่ได้หาข้อมูลจนรู้ข้อเท็จจริงแล้วจะมาพูดวิจารณ์ได้อย่างไร
ความจริงก็คือคณะกรรมการไม่เคยบัญญัติศัพท์แบบนี้เลย
คนทั้งหลายได้แต่พูดต่อ ๆ กันไปเองไม่มีมูลเลย
หลักฐานอยู่ในหนังสือศัพท์บัญญัติตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงปัจจุบันดูรายละเอียดและเรื่องราวของราชบัณฑิตยสถานได้ที่

http://www.royin.go.th