คนดีชอบแก้ไข

25 03 2007

00028614.gif

|:>*!~` ข้าพเจ้าจึงขอแจ้ง แถลงการ `~!*<:|

 

……เมื่อวานพี่เกดบอกว่า

 

คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย
คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ คนตำหนิรีบแก

 

จริงป้ะ 555+

 

เอ้อ มีแถมนิดหน่อยด้วยครับ
นักปราชญ์นอน ๔ เศรษฐีนอน ๖ ยาจกนอน ๘ (ชม.)

 

- นักปราชญ์นอน ๔
คือคนที่เอาเวลาไปใช้ในการคิด
และทำประโยชน์เพื่อคนส่วนรวมเสียสละโดยไม่ห่วงความสุขสบายตนเอง

 

- เศรษฐีนอน ๖
คือคนที่ทำเพื่ออนาคต
ทำพื่อความสบายในภายภาคหน้ามองการไกล
เค้าเอาเวลาไปคิดเรื่องกำไรเรื่องธุรกิจ ถึงจะลำบากไม่มากแต่ก็ไม่ขี้เกียจ

 

- ยาจกนอน ๘
คือคนที่เอาแต่ความสุขตัวเอง
แต่เป็นความสุขความสบายจอมปลอม
ไม่ทำเพื่อส่วนรวม คนพวกนี้อนาคตไม่มี
คือคนไม่รู้จักอดเปรี้ยวกันหวานไม่คิดถึงอนาคต

 

อันข้างบนนี่เหมาะกับนักเรียนดีนะครับ ทนลำบากวันนี้ อนาคตจะรุ่งเรื่อง เฮ

 

Plz.คิดถึงเพื่อนๆ

 

เพื่�นๆ

 




___…+*+*+*+*+*+-*~!!…..โย่วโยวเยส…..!!~*-+*+*+*+*+*+…___

 

line12.gif





“วิจารณญาณ” แปลว่า ?

25 03 2007

Credit ผู้เขียนคือคุณแมว แทนตัวเองว่าแมวนะครับ ผมไม่ได้เป็นคนเขียนแต่ว่าเขาเขียนได้สุดยอดเลยครับ นับถือๆ

“วิจารณญาณ”
แปลว่า ปัญญาที่สามารถรู้หรือให้เหตุผลที่ถูกต้อง

พูดตรงๆเลยนะฮะ เดี๊ยนเป็นคนขี้รำคาญเวลาเห็นคนโง่ค่ะ

(กรูพูดตรงไปไหมเคอะ)

ปัจจุบัน อี Forward Mail เนี่ย มันมีเยอะมากมายในชีวิตคนเรา

แล้วกูจะรำค๊าญ รำคาญ อีพวกส่งแม่งทั้งวัน

ประหนึ่งว่าออฟฟิศมึง จ้างมึงมาเล่นเน็ต

แถมอีกอย่างคือ เว็บบอร์ด ที่ชอบเอารูป

หรือเรื่องจากฟอร์เวิร์ดเมลไร้สาระ มาโพสท์

ที่กูอ่านจากเมลเพื่อนไร้สติส่งมาซ้ำๆกัน กูก็จะกรี๊ดอยู่แล้ว

อ่านเว็บบอร์ด เสือกมีมาอีกสิ!!!

แล้วถ้ามันเป็นเรื่องดีๆ ให้คติกับชีวิต มีสาระประโยชน์

“ที่ได้รับการกลั่นกรอง” แล้วนั้น

แมวหลอนชื่นชมที่เอามาฝากคนอื่นเป็นวิทยาทานค่ะ

แต่อีเมลที่แม่งแต่ง photoshop เมลทำลายคู่แข่งทางการค้า

เมลด่ารัฐบาล เมลลูกโซ่ประเภทส่งต่อให้ครบ10คน

แล้วโคตรพ่อโคตรแม่ของท่านจะโชคดี ผัวรักผัวหลงเนี่ย….

กูรำคาญญญญญญญญญ

ชีวิตมีอะไรให้เลือกเชื่อ เลือกใช้วิจารณญาณ เลือกคบคน มากพอแล้ว

โตขนาดมึงใช้เน็ตเป็น พิมพ์ภาษาอังกฤษเข้า URL ได้

..ทำไมไม่มี “วิจารณญาณ” เลยวะ?

อาทิ เดี๊ยนได้รับอีเมลรูป

“คนญี่ปุ่นกินปลาดิบแล้วมีหนอนยั้วเยี้ยในสมอง” มากกว่า 20 ครั้ง

มิใยที่คนจะมาชี้แจงว่า รูปนั้นใช้โฟโต้ชอปทำเอา

..แม่งก็ยังมีคนเชื่ออยู่ดี

ไปอ่านเว็บบอร์ด

คุณจะได้เห็นหัวข้อกระทู้เรื่องนี้มาโพสท์ซ้ำๆทุกอาทิตย์…..เฮ้อ

หรือ เรื่อง “คนใจร้ายเอาแมวมาทำบอนไซแมว

กูเนี่ยเลี้ยงแมว ได้รับ 30-40ครั้ง………คุณว่ามันน่ากรี๊ดมะ?

นานแล้วที่อีคนญี่ปุ่นมันออกมาแจ้งว่า

ไม่ใช่เรื่องจริง มันทำเอาขำ เอาสะใจในโฟโต้ชอป (อีกนั่นแหละ)

แม่งงงงงงงง ก็ยังมีคนเอามาโพสท์ทู๊กวัน ..แล้วจะมีอีไร้วิจารณญาณ

ไร้ซึ่งสมองรับข่าวสาร ไร้สติ มารุมใส่อารมณ์

“คนใจร้าย ทำกับแมวได้ยังไง”

“ขอสาปแช่งคนที่ทรมานสัตว์แบบนี้” ฯลฯ

โอ๊ย มึงอ่านข่าว ฟังข่าว

หาความรู้ใส่สมองกันมั่งไหมเนี่ยวันๆ

รึใครบอกอะไรมากูเชื่อหมด ตามเค้าไปหมด เฮไปหมด?

ไม่รวมอีเรื่องที่แบบว่า ราชบัณฑิตตั้งชื่อ software ว่า ละมุนภัณฑ์

joystick ว่า แท่งหรรษา อะไรนี่มั่งมะ?

แล้วมันก็มีคนเชื่อเป็นตุเป็นตะ

บ้างก็ด่าราชบัณฑิตฯ ว่าไม่มีสมอง คิดได้ไง ฯลฯ มากมายในเว็บบอร์ด

….กูว่าที่สมองกลวงน่ะ …พวกมึงค่ะ

ราชบัณฑิต ใช้คำว่า ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ทับศัพท์มาตลอด

และไม่เคยบัญญัติศัพท์เหล่านั้นเลย

นอกจากนั้นยังออกแถลงข่าว บ่อยครั้ง

จนกูว่า ราชบัณฑิตเอง คงเบื่อแล้ว คงคิดว่า ช่างพวกแม่งเหอะวะ….

………………………………………….

นี่ยังไม่รวมอีเมลลูกโซ่ อีเมลให้ช่วยส่งด่านักการเมือง นายก รัฐบาล

กูเบื่อมากนะคะ มึงจะชอบใครไม่ชอบใคร อยากใส่ร้ายป้ายสีใคร

อยากให้ใครเห็นด้วยว่าใครดีไม่ดี ก็จงทำในที่แจ้ง..อย่าแอบทำในที่ลับ

…แม่งไม่แมนว่ะค่ะ …..

อย่าเอาโอกาสที่คนโง่มีเยอะ มาหลอกใช้คน

แล้วคุณเองก็อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เห็นแค่สนุก เห็นแค่สะใจ

เห็นแค่นิดเดียวแล้วเชื่อด้วยความเขลา

อยากถามพวกมันว่า “กาลามสูตร” เคยเรียนไหมคะ?

รึรู้จักกันแต่ “กามสูตร” ?

ไปทำลายคนอื่นๆ หรือเป็นเครื่องมือช่วยคนไม่แน่จริง ทำลายคนอื่น

วิจารณญาณน่ะ มีกันไหมวะคะ?

ใครอ่านแล้วจะเกลียดเดี๊ยนเข้าไส้..ก็มิเป็นไรค่ะ

…………………..

…..เพราะคนโง่มักจะเกลียดกรูค่ะ……….

………(อ่ะ)…………


ป.ล. ใครกล้าส่งฟอร์เวิร์ดเมลมาให้แมวหลอนนั้น มิต้องกลัวกันนะคะ รูปโป๊ ..โอเคค่ะ เดี๊ยนว่า มันยังโอเคกว่าซะอีก ยินดีค่ะ …มีประโยชน์ในการปลงสังขาร อะฮุๆ….เหอๆช่วงสาระ (ไม่ขำ)

กาลามสูตร

มีหลายสิ่งหลายอย่างหรือหลายเหตุการณ์ ทำให้เราสงสัยว่า
จริง ไม่จริง
ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง มีโทษ ไม่มีโทษ
ควรที่เราจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
แต่ในส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยจะได้คิดกัน หรือสงสัยกัน
ะเชื่อถือหรือรับเอามาปฏิบัติโดยทันทีที่เขาบอกว่าดี
ถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็บอกได้เลยว่าสังคมเรา
กำลังอ่อนแออย่างมาก
ถูกปั่นหัวได้โดยง่าย
เพราะฉะนั้นการรับเอาข่าวสารควรมีการพิจารณาเสียก่อน
เพื่อไม่ให้ผิดพลาดหรืองมงายไป
ฉะนั้นจึงควรอาศัยหลักการแก้ไขปัญหาอย่างนี้
ของพระพุทธเจ้าพิจารณาดู
คือ พระองค์ทรงตรัสสอนคนเหล่านั้นว่า

๑. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บอกต่อๆกันมา
๒. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามๆกันมา(ประเพณี)
๓. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันเล่าลือกันกระฉ่อนไปหมดแล้วว่าเป็นความจริง
๔. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันมีอ้างอยู่ในปิฎก(คัมภีร์,ตำรา)
๕. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า เป็นตรรก หรือการคำนวณ
๖. อย่าได้เชื่อโดยการอนุมานเทียบเคียง หรือคาดคะเนเอาเอง
๗. อย่าได้เชื่อโดยการตรึกตรองเอาตามอาการ
๘. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า มันเข้ากันได้กับลัทธิความเชื่อ และทฤษฎีของตน
๙. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า รูปร่างลักษณะน่าเชื่อถือ
๑๐. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักแต่ว่า ผู้สอนเป็นครูเป็นอาจารย์ของเรา

ต่อเมื่อใดพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า
ธรรมเหล่านั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้น
แล้วจึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้นรียกว่า
กาลามสูตร หรือ เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร
แม้จะอ้างว่าบอกต่อๆกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว
มันก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะถูกต้องดี มีโทษ ไม่มีโทษฯลฯ เสมอไป
หรือบอกว่าฉันเห็นมากับตาตัวเองเลยว่าเป็นจริง
แม้ยืนยันอย่างนี้ก็ยังเชื่อโดยทันทีไม่ได้
ไม่มีศาสนาใดอีกแล้วที่ให้ความอิสระทางความคิดความเชื่อ
ได้เท่าพุทธศาสนา
ยืนยันได้จากข้อสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

“มา สมโณ โน ครูติ” อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า สมณะนี้เป็นครูเป็นอาจารย์ของเรา”

หมายถึงพระองค์เองโดยเฉพาะเลย
แม้พระองค์ตรัสเองก็อย่าเพิ่งเชื่อโดยทันที
ลองใช้ปัญญาพิจารณาดูก่อนแล้วจึงตัดสินใจเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ

 

ขอขอบคุณ
http://www.geocities.com/Heartland/Fields/9416/article/article6.html

 

 


 

ข้อความเอามาจาก

http://www.drkanchit.com/duties.html#1

ของ ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์

มีคนพูดอย่างสนุกสนานอยู่เสมอว่า
คณะกรรมการบัญญัติศัพท์ที่ไม่ได้เรื่องออกมาให้ใช้
ช่นคำ software ก็บัญญัติว่า ละมุนภัณฑ์ แล้วก็ขยายต่อไปว่า
hardware ก็บัญญัติว่า กระด้างภัณฑ์ ผมได้ฟังแล้วก็ได้แต่ปลง
เพราะคนพูดบางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์
แต่ไม่ได้มีความคิดแบบวิทยาศาสตร์
นั่นก็คือไม่ได้สอบสวนศึกษาเรื่องแท้จริงก่อนว่า
คำศัพท์ที่บัญญัติจริง ๆ คืออะไร
แม้แต่หนังสือศัพท์บัญญัติที่ทางราชบัณฑิตยสถานพิมพ์ก็ยังไม่มี
เมื่อยังไม่ได้หาข้อมูลจนรู้ข้อเท็จจริงแล้วจะมาพูดวิจารณ์ได้อย่างไร
ความจริงก็คือคณะกรรมการไม่เคยบัญญัติศัพท์แบบนี้เลย
คนทั้งหลายได้แต่พูดต่อ ๆ กันไปเองไม่มีมูลเลย
หลักฐานอยู่ในหนังสือศัพท์บัญญัติตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงปัจจุบันดูรายละเอียดและเรื่องราวของราชบัณฑิตยสถานได้ที่

http://www.royin.go.th





ป้องกัน: 14 มีนา 50 ผ่าปลิง

14 03 2007

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:





ป้องกัน: 13 มีนา 50 วันที่สองแล้นนน

13 03 2007

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:





ปรัชญาสร้างนักอนุรักษ์

13 03 2007

00028614.gif
|:>*!~` ข้าพเจ้าจึงขอแจ้ง แถลงการ `~!*<:|
 

……ปรัชญาสร้างนักอนุรักษ์

~ ให้ ~
การสัมผัสในสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัส
~ ให้ ~
รู้จริงในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้จริง
…เป็นปัจจัยสู่จินตนาการ…
…เป็นเหตุแห่งความ อาทรณ์ การุณย์ สรพพชีวิต สรรพสิ่ง…

อ้างอิง : ขอโทษนะครับ จำชื่ออาจารย์คนที่ให้ปรัชญานี้ไม่ได้ แต่พี่ที่ค่ายบอกมาอีกทีหนึ่งครับ

___…+*+*+*+*+*+-*~!!…..โย่วโยวเยส…..!!~*-+*+*+*+*+*+…___
line12.gif





ป้องกัน: 12 มีนา 50 เข้าค่าย อพ.สธ. วันแรก

13 03 2007

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:





ป้องกัน: 11 มีนา 50 อ่านฟิคท้างงง วันเลยวุ้ย

11 03 2007

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:





ป้องกัน: 10 มีนา 50 My Girls~

10 03 2007

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:





ลมหนาว และ ดาวเดือน

10 03 2007

00028614.gif
|:>*!~` ข้าพเจ้าจึงขอแจ้ง แถลงการ `~!*<:|

……เพลงนี้
ฟังดูเศร้าๆนะครับ แต่ว่าจริงมันซึ้งดี ได้บรรยากาศของคนๆหนึ่ง
ที่มีใครซักคนอยู่ในหัวใจ เป็นฮีโร่ยามเหงา เป็นกำลังใจยามท้อ
เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขาและเธอ
ในเพลง ไม่ได้สรุปว่า”เขา”คนนั้นของ”เธอ”ได้เป็นแฟนกันรึเปล่าอาจจะเป็นคนๆหนึ่งที่แอบปลื้มเงียบๆอยู่ในใจ
รึอาจจะเป็นแฟนที่แสนจะสวีทหวานแหววก็เป็นได้
บรรยากาศของเพลงเย็นสบาย ถ้าเป็นเพลงกล่อมนอน คงดีใช่เล่นนะครับ
ผมชอบขนาดเอาเป็นสโลกแกนของรัตติกาลเลย
เจ้าชายรัตติกาล เจ้าชายแห่งลมหนาว และดาวเดือน
^^ ชอบจังเลยครับ ดูหว้าเหว่ น่ากลัวๆ
แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เศร้าขนาดนั้นหรอกครับ

แย่จังที่ผมไม่มีไฟล์เพลง เอาแต่เนื้อร้องแล้วกันนะครับ

425px-william-adolphe_bouguereau_1825-1905_-_the_birth_of_venus_1879.jpg

เนื้อเพลง: ลมหนาวและดาวเดือน
ศิลปิน : ปนัดดา เรืองวุฒิ
อัลบั้ม: ดอกไม้ในหัวใจ

 

ดึกดื่นคืนนี้ ลมหนาวพัดโชยมา
ฉันมองไปที่ขอบฟ้า เนิ่นนาน
หน้าต่างห้องนอน เปิดต้อนรับแสงพระจันทร์
แสงเดือนกำลังประชัน แสงดาว

 

ก่อนหลับคืนนี้ ใจฉันขอไปเจอ
พบเธอที่บนฟากฟ้า พร่างพราว
จะนอนหลับไหล ในอ้อมแขนของดวงดาว
ให้เงาราตรี โอบล้อมหัวใจ

 

ไม่รู้ค่ำคืนนี้ เมื่อเธออยู่ตรงนั้น
จะเห็นดาวดวงเดียวกัน กับฉันไหม
สักครั้งที่เธอเห็น แสงดาวทอประกาย
ก็ยังเหมือนเรา ได้พบกัน

 

ดึกดื่นคืนร้าง น้ำค้างยอดหญ้าคา
ไหลลู่ลงมา สะท้อนแสงจันทร์
อยากหยุดเดือนดาว เก็บลมหนาวไว้นานๆ
เพราะเธอจะมา อยู่ในหัวใจ

 

ไม่รู้ค่ำคืนนี้ เมื่อเธออยู่ตรงนั้น
จะเห็นดาวดวงเดียวกัน กับฉันไหม
สักครั้งที่เธอเห็น แสงดาวทอประกาย
ก็ยังเหมือนเรา ได้พบกัน

 

ดึกดื่นคืนร้าง น้ำค้างยอดหญ้าคา
ไหลลู่ลงมา สะท้อนแสงจันทร์
อยากหยุดเดือนดาว เก็บลมหนาวไว้นานๆ
เพราะเธอจะมา อยู่ในหัวใจ

 

อยากต่อเวลา ค่ำคืนนี้ให้ยาวนาน
เพราะฉันมีเธอ อยู่ในหัวใจ


 

___…+*+*+*+*+*+-*~!!…..โย่วโยวเยส…..!!~*-+*+*+*+*+*+…___
line12.gif





หกวานร

9 03 2007


 

 

 

Credite

 

ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ท

ประภาส ชลศรานนท์ เจ้าของคอลัมน์ ‘คุยกับประภาส’ ในหนังสือพิมพ์มติชน เคยเล่าในคอลัมน์ของเขาถึงเรื่อง ‘หกวานร’ เป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับห้องห้องหนึ่ง กลางห้องมีบันไดลิงตั้งอยู่ ผู้สร้างห้องได้ปล่อยลิงมาอยู่รวมกันในห้องนี้หกตัว ทุกวันจะมีคนนำอาหารมาแจกจ่าย

มาวันหนึ่ง ที่ยอดบันไดลิงมีกล้วยหอมหวีหนึ่งถูกนำมาแขวนไว้ ลิงทั้งหกพุ่งไปที่บันไดหมายจะคว้ากล้วยหวีใหญ่มากิน แต่ทันทีที่ลิงตัวหนึ่งเอามือไปสัมผัสบันได น้ำเย็นเฉียบก็พุ่งออกมาอย่างแรงจากท่อโลหะที่มนุษย์แอบฝังไว้ ลิงทั้งหกเปียกปอนและหนาวสั่นไปตามๆกัน

ด้วยความหิวโหย ลิงตัวที่ใหญ่สุดจึงนำทีมลิงอีกห้าตัวปีนบันไดขึ้นไปเอากล้วยอีกครั้ง แล้วก็เหมือนเคย…น้ำเย็นเฉียบพุ่งออกมาในทันที

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไป ท่อน้ำได้ฉีดน้ำออกมาห้าครั้ง สองครั้งแรกฉีดเมื่อกล้วยถูกนำมาแขวนใหม่ๆ ครั้งที่สามฉีดออกมาตอนกลางคืนเมื่อลิงตัวโตพยายามลองปีนบันไดไปเอากล้วยอีก ครั้งที่สี่ท่อได้ฉีดน้ำออกมาในบ่ายวันที่ผู้ให้อาหารนำอาหารมาส่งช้าเกินไป ส่วนครั้งที่ห้า เพราะลิงสองตัวเล่นปล้ำกันแล้วกลิ้งไปถูกบันได

ผ่านไปหนึ่งเดือน กล้วยเปลี่ยนไปเจ็ดหวี แต่ไม่มีลิงตัวใดย่างกรายเข้าใกล้บันไดเลย

เดือนที่สาม มนุษย์เปลี่ยนลิงตัวหนึ่งออก แล้วเอาลิงตัวใหม่เข้าไปแทน กลิ่นกล้วยหอมดึงดูดให้ลิงตัวใหม่เข้าใกล้บันได แน่นอน ลิงทั้งห้าตัวต่างก็พุ่งเข้ามาขวางไว้ พร้อมแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย

ผ่านไปอีกสี่เดือน ท่อน้ำไม่ถูกสั่งให้ทำงานอีกเลย ขณะที่กล้วยเปลี่ยนหวีไปนับไม่ถ้วน ในเดือนที่ห้า แม้ลิงตัวใหม่ทั้งสามตัวที่เข้ามาไม่เคยรู้ถึงเหตุผลของการปกป้องบันได แต่ก็เข้าร่วมขบวนการข่มขู่แยกเขี้ยวไม่แพ้ลิงรุ่นดั้งเดิม
สุดท้าย ลิงรุ่นแรกของห้องถูกนำออกไปจนหมด แทนที่ด้วยลิงตัวใหม่ๆ แต่บันไดยังคงเป็นของต้องห้าม กล้วยถูกเปลี่ยนหวีใหม่อยู่เสมอ แต่ก็เป็นเวลานับปีที่ไม่เคยมีลิงตัวใดแตะต้องบันไดอีก

ประภาสทิ้งท้ายบทความนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ‘หลังจากมนุษย์ทำให้บันไดอันนั้นกลายเป็นบันไดอาญาสิทธิ์ไปแล้ว การแขวนกล้วยก็ถูกยกเลิกไป แต่ลิงทั้งหกตัวก็ยังไม่มีตัวไหนกล้าที่จะเข้าไปใกล้บันได คงต้องรอสักวันหนึ่งที่บังเอิญมีลิงตัวไหนพลาดไปถูกบันไดเข้าแล้วมนุษย์ก็บังเอิญลืมเปิดน้ำฉีดลงมา ความคิดกบฏต่อความเชื่อเก่าๆก็จะบังเกิดขึ้น’








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.